แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จิม โรเจอร์ส แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จิม โรเจอร์ส แสดงบทความทั้งหมด
14 ข้อคิดของ จิม โรเจอร์ส เซียนนักลงทุนระดับโลก
การลงทุน จิม โรเจอร์ส เซียนนักลงทุนระดับโลก หุ้น14 ข้อคิดของ จิม โรเจอร์ส เซียนนักลงทุนระดับโลก กลั่นมาจากประสบการณ์ทั้งชีวิต
จิม โรเจอร์ส ผู้ได้รับสมญานามว่า "อินเดียน่า โจนส์ แห่งวอล์สตรีท" เขาเคยจัดตั้งกองทุน Hedge Fund ชื่อว่า Double Eagles คู่กับจอร์จ โซรอส แต่ด้วยแนวทาง วิถีคิดที่แตกต่างกันทำให้จิมแยกตัวออกมาจัดตั้งกองทุน Hedge Fund เป็นของตัวเอง และใช้ชีวิตเดินทางรอบโลกกับภรรยาของเขา .. จิม โรเจอร์ส มีชื่อเสียงมากในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งได้รับการยกย่องจากสื่อว่าเป็นระดับกูรูเลยทีเดียว
จิม โรเจอร์ส มีความเห็นว่าตลาดกระทิงรอบใหญ่จะเกิดที่เอเชีย โดยเฉพาะประเทศจีน ในขณะที่ตลาดอเมริกาและยุโรปจะไม่ได้เป็นตลาดที่สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุน ดังนั้นนักลงทุนทีอ่ยากรวยจะต้องมาลงทุนในเอเชีย
และนี้คือ สุดยอด 14 แนวคิดจากนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ จิม โรเจอร์ มีอะไรกันบ้าง ไปดูกันครับ
1. "Most successful investors, in fact, do nothing most of the time."
นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ มักจะไม่ซื้อๆขายๆบ่อยครั้ง
นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ มักจะตัดสินใจที่จะขยับพอร์ตโฟลิโอไม่บ่อยครั้งนัก หมายความว่าโดยส่วนใหญ่แล้วพวกเขาเป็นนักลงทุนระยะยาว และพวกเขาก็ถือได้อย่างยาวนานจริงๆ ตราบใดที่คุณซื้อๆขายๆบ่อยครั้งก็มั่นใจได้เลยว่าคุณจะตัดสินใจผิดพลาด ก็เหมือนอย่างที่วอเร็น บัฟเฟตต์พูด ยิ่งคุณขยับมากเท่าไร ผลตอบแทนก็ยิ่งลดลงมากเท่านั้น
2. "If you want to make a lot of money, resist diversification."
ถ้าคุณอยากทำเงินได้มากๆ จงหลีกเลี่ยงการกระจายความเสี่ยง
โบรคเกอร์หรือนักบริหารการเงินมักจะพูดอยู่เสมอ่า "จงกระจายความเสี่ยง" แต่คงจะไม่ใช่ทั้งผมหรือนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ เพราะคนที่ประสบความสำเร็จจะลงทุนแบบมุ่งเน้นเท่านั้น สำหรับการกระจายความเสี่ยงแล้วเป็นวิถีของมือสมัครเล่นที่ไม่รู้ว่าคตัวเองกำลังทำอะไรอยู่
สมมุติว่าคุณซื้อหุ้นสัก 10 ตัวในพอร์ตการลงทุน คุณลงเงินตัวละ 1 แสนบาท แน่นอนว่าจะมีบางตัวที่วิ่งดีมากๆ อาจจะวิ่งไปถึง 10 เท่า ซึ่งนานๆทีจะได้เห็นหุ้นแบบนี้สักครั้ง ไม่แน่ว่าชั่วชีวิตคุณอาจจะได้เห็นแบบนี้ประมาณ 2-3 ครั้งเท่านั้น ต่อให้คุณทำได้ถึง 10 เท่า อย่างมากคุณก็ทำเงินได้แค่ 1 ล้านบาท ดังนั้นแล้วคุณควรลงทุนแบบมุ่งเน้น มีหุ้นเพียง 2-3 ตัวที่คุณมั่นใจจริงๆ แล้วที่สำคัญ คือ จงซื้อมันให้หนัก
3. "It is remarkable how many people mistake a bull market for brains."
มีนักลงทุนจำนวนมาก พลาดตลาดกระทิงรอบใหญ่เพราะพวกเขาใช้เหตุผลจนเกินไป
นักลงทุนส่วนมากแล้วจะคิดว่าพวกเขาฉลาดกว่าค่าเฉลี่ยของนักลงทุนทั้งหมด และการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลจะนำมาซึ่งความร่ำรวย พวกเขาจึงใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการค้นหาเคล็ดลับตลาดหุ้น กราฟเทคนิเคิล หรือแม้กระทั่งข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์เพื่อให้ทราบว่าตลาดหมีกำบัวจะสิ้นท่า และกระทิงรอบใหญ่กำลังจะมา น่าเสียดายมากที่ความเป็นจริงแล้วสัญญาณเหล่านี้ไม่ส่งมาสักที จนกว่าหุ้นจะขึ้นมาหลายร้อยจุด แน่นอนว่าเราจะพลาดไป
คำแนะนำของผม คือ จงวิ่งเข้าหาโอกาสในขณะที่ตลาดหุ้นเกิดวิกฤต ต้องเกาะติดมันตลอดเวลา ห้ามทิ้งไม่ว่าเวลานั้นจะเลวร้ายขนาดไหนก็ตาม
4. "On Wall Street there's no truer adage than …'markets can remain irrational longer than you can remain solvent.'"
ในตลาดหุ้นไม่มีเหตุผล สิ่งที่มันผิด มันก็จะผิดได้อย่างยาวนานจนคนในตลาดเข้าใจว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกไปเลยก็ได้
ตอนผมทำงานบริหารกองทุน ผมเคยเล่นช๊อตหุ้นตัวหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่ามันน่าจะเจ๊งแน่นอน แต่ผมช๊อตเท่าไรมันก็ไม่ลงสักทีจนผมรู้สึกว่าผมอาจจะคิดผิด ผมเลยยอมตัดขาดทุนไป ต่อมาผ่านไปอีก 5 ปี บริษัทนั้นได้ประกาศล้มละลายและหุ้นมันก็เหลือศูนย์ ผมคิดว่าผมเป็นคนฉลาด แต่นี้ก็เป็นตัวอย่างของคนที่ฉลาดแต่ไม่รวย ผมทำเรื่องที่เฉียดรวยไป ก็เหมือนกับที่จอห์น เมนาย์ด เคนส์ พูดเอาไว้ ตลาดหุ้นจะไม่มีเหตุผลไปเรื่อยๆและอยู่อย่างนานพอจนคุณรู้สึกเปลี่ยนใจ
5. "No matter what we all know today, it’s not going to be true in 10 or 15 years."
มวลชนคิดผิดเสมอ
นักลงทุนควรเรียนรู้ที่จะคิดได้ด้วยตัวเอง คิดอีกด้านหนึ่งของมวลชน พยายามคิดไม่เหมือนคนอื่น ตลาดหุ้นเป็นบทพิสูจน์แน่นอนแล้วว่าการทำตามฝูงชนนำไปสู่การขาดทุน ถ้าคุณยังไม่รู้จักเรียนรู้ที่จะคิดด้วยตนเอง คุณจะพ่ายแพ้อย่างแน่นอน ดังนั้นทางเดียวที่ทำได้ก็คือ คิดก่อนคนอื่น และลงมือทำก่อนคนอื่น
6. "If you want to be lucky, do your homework."
โชคเป็นสิ่งที่มนูษย์สร้างขึ้นจากการทำการบ้าน
มีอยู่ครั้งหนึ่งผมได้ขายช๊อตหุ้น Helmerich & Payne บริษัทที่ทำเกี่ยวกับเครื่องขุดเจาะน้ำมันกลางทะเลและภาคพื้นดิน ผมรู้มาว่าบริษัทน้ำมันหลายๆแห่งเริ่มกักตุนน้ำมันและมีแนวโน้มว่าจะลดการขุดเจาะพร้อมกับปลดคนงานออก แน่นอนว่าถ้าลดการขุดเจาะมันจะส่งผลแย่กับบริษัทที่ทำเครื่องจักรขุดเจาะน้ำมัน แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ มีคนพูดกับผมว่า ผมแค่โชคดีที่ทำเงินได้จากการขายช๊อต พูดด้วยความจริงเลยว่า ผมเป็นคนไม่เชื่อเรื่องโชคชะตา ผมเชื่อในเรื่องของความขยัน เรื่องโชคเป็นสิ่งที่มนูษย์สร้างขึ้นจากการทำการบ้าน
7.“Swim your own races.”
วิ่งในสนามที่คุณถนัด
สิ่งที่เหมือนกันระหว่างนักลงทุนธรรมดากับนักลงทุนชั้นเซียน คือ ทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด ลงทุนในสิ่งที่ตัวเองรู้ แต่ความแตกต่างของทั้งสอง คือ นักลงทุนชั้นเซียนจะเปิดใจรับฟังความเห็นใหม่ๆอยู่เสมอ และพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา
8. "If the world economy gets better, commodities are very good place to be in ... even if the world economy does not improve, commodities are still a fabulous place to be."
สินค้าโภคภัณฑ์ เป็นตัวเลือกทางการลงทุนที่น่าสนใจในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าเศรษฐกิจโลกจะดีหรือไม่ก็ตาม
โอกาสมีอยู่เสมอในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะประเทศที่ชอบพิมพ์เงินออกมา และตอนนี้มันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
9. "The most sensible skill that I can give to somebody born in 2003 is a perfect command of Mandarin."
ทักษะที่สำคัญในโลกยุคปัจจุบันสำหรับเด็กรุ่นใหม่ คือ ฝึกพูดภาษาจีนแมนดาริน
ผมมีความเห็นว่าโลกยุคใหม่ จะมุ่งหน้าสู่ประเทศจีน ผมเลยส่งเสริมให้ลูกสาวทั้งสองของผมแฮปปี้และเบบี้บีเรียนภาษาจีนแมนดาริน มีสภาวะแวดล้อมในการพูดภาษาจีนกลาง ผมมีความเชื่อว่าประเทศจีนจะเป็นเทรนแห่งอนาคต
10. "Become a Chinese farmer, that's what you should do."
เป็นชาวนาในประเทศจีน คุณจะร่ำรวย
ในอดีตคนที่อยากจะรวยส่วนใหญ่อยู่ในแวดวงการเงิน-การลงทุน แต่ในความเห็นของผม คือ โลกแห่งอนาคตจะเป็นโลกของการเกษตร สินค้าเกษตรจะยิ่งมีราคาแพงขึ้น คุณอาจจะทำเงินในโลกอินเตอร์เน็ต สั่งซื้อสินค้าทางอินเตอร์เน็ต รับโอนเงินผ่านโลกออนไลน์ สร้างความบันเทิงทางอินเตอร์เน็ต แต่คุณไม่สามารถทำให้ตัวเองอิ่มท้องได้โดยผ่านอินเตอร์เน็ต
11. "If you can find ways to invest in Myanmar, you will be very, very rich over the next 20, 30, 40 years."
ลงทุนในประเทศเมียนมา(พม่า) คุณจะร่ำรวย
ผมมีความเห็นว่า ประเทศเมียนมาเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่กำลังมาแรง หลายๆบริษัทก็ยังเล็กอยู่ แต่ในความเล็กมีความสวยงามซ่อนอยู่ การลงทุนระยะยาวในเมียนมาจะทำให้คุณร่ำรวยได้ ดังนั้น จงหาหนทางเพื่อลงทุนในประเทศเมียนมา
12."India is not a place for investors, but it's a fabulous country for tourists"
อินเดียไม่ใช่สถานที่ที่น่าลงทุน แต่เป็นสถานที่ที่น่าไปท่องเที่ยว
ผมมีความเห็นว่า อินเดียเป็นประเทศขนาดใหญ่แต่กลับไม่น่าลงทุน ระบบเศรษฐกิจยังไม่ดีเท่าที่ควร ร้านค้าต่างๆถ้าเห็นว่าเราเป็นชาวต่างชาติ พวกพ่อค้าจะอยากได้เงินดอล์ล่าร์มากกว่าเงินรูปี นักการเมืองก็ดูเหมือนว่าจะยังไม่เข้าถึงปัญหาของประชาชนว่าต้องการอะไร และพวกเขาเหล่านั้นเจอกับปัญหาอะไรบ้าง ปัญหาค่าเงินที่ผันผวน ปัญหาความแออัด การคอรัปชั่น อย่างไรก็ตาม เรื่องของการท่องเที่ยวเป็นอะไรที่น่าสนใจ มีอะไรแปลกๆให้ค้นหา มีประวัติยาวนานและเรื่องลึกลับที่คุณไม่สามารถหาได้ที่ไหนในโลก มันเหมาะสมที่จะเป็นเป้าหมายสำหรับนักท่องเที่ยว มากกว่าจะเป็นเป้าหมายของนักลงทุน
13. "I haven't met a rich technician"
ผมไม่เคยเจอใครที่ร่ำรวยจากกราฟเทคนิเคิล
ผมเคยได้ยินคนพูดว่า Trend is your friend แนวโน้มคือเพื่อนของคุณ แต่นักเทคนิคเหล่านั้นอาจจะยังพูดไม่หมด ประโยคเต็มๆอาจจะพูดว่า (Maybe) the trend is your friend (for a few minutes.) แนวโน้ม(อาจจะ)เป็นเพื่อนของคุณ(ชั่วคราว)
14. "I was poor once, I didn't like it, I don't want to be poor again"
ผมเคยเป็นเด็กยากจน ผมไม่ชอบมันเลย และผมตั้งใจว่าจะไม่กลับไปจนอีกแล้ว
ผมเคยอยู่ในช่วงความย่ำแย่ของอเมริกา ผมขอเรียกมันว่า A lost decade (ทศวรรษที่สาบสูญ) ในแง่ของตลาดหุ้น อัตราการจ้างงาน อุตสาหกรรมการผลิต ผมคิดว่าอเมริกาจะไม่กลับมาดีเหมือนเดิมอีกแล้ว
แต่ในความเป็นจริง คือ ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มดีขึ้น มันเริ่มกลับมาไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้นที่รีบาว คนเริ่มมีงานทำ มีบ้านเป็นของตัวเอง ตอนนั้นผมรู้เลยว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็น "วัฎจักร" สิ่งที่มันแย่ๆ สักวันหนึ่งมันก็จะกลับมาดีขึ้น ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ก็เช่นเดียวกัน ผมรู้ความลับนี้แล้ว ผมจึงตั้งใจไว้ว่าผมจะไม่กลับไปถังแตกอีก
ผู้แปล SiTh LoRd PaCk
ขอบคุณเว็บไซด์ http://www.businessinsider.com/
Credit: Stock2morrow
รู้จริง รวยจริง อย่างเซียนหุ้น โดย จิม โรเจอร์ส (ตอนที่ 2)
จิม โรเจอร์ส รู้จริง รวยจริง อย่างเซียนหุ้น
ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือ “ รู้จริง รวยจริง อย่างเซียนหุ้น การผจญภัยบนเส้นทางชีวิตและตลาดการเงิน (STREET SMARTS Adventures on the Roads and in the Markets) โดย จิม โรเจอร์ส ตำนานแห่งวอลสตรีท อินเดียน่า โจนส์ แห่งโลกการเงิน แปลและเรียบเรียงโดย วิรัตน์ รัตนเวชสิทธิ
(ตอนที่ 2)
3
ผู้คนต่างถามผมอยู่เสมอว่าลงทุนในอะไรดี ซึ่งผมก็ตอบเหมือนเดิมทุกครั้ง ผมบอกว่าอย่าฟังผม อย่าฟังใครทั้งนั้น ทางเดียวที่คุณจะเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จก็คือ การลงทุนในสิ่งที่คุณมีความรู้ในเรื่องนั้นดี ทุกคนมีสิ่งที่ตนรู้ดีทั้งนั้น มันอาจจะเป็นรถ แฟชั่น หรืออะไรก็ตาม คุณรู้ดีในเรื่องอะไรสักเรื่อง ถ้าคุณไม่รู้ว่าคุณรู้เรื่องอะไรดี ให้คุณลองถอยมามองดูชีวิตประจำวันของคุณ เมื่อคุณนั่งรอตรวจกับคุณหมอคุณหยิบนิตยสารอะไรขึ้นมาอ่าน ถ้าคุณเปิดโทรทัศน์คุณดูรายการประเภทไหน แล้วคุณก็จะรู้ในไม่ช้าว่าคุณสนใจเรื่องอะไรกันแน่และความรู้ของคุณมีอยู่ในเรื่องใด
4
ถ้าคุณมีความสนใจเรื่องรถยนต์ ให้คุณอ่านทุกอย่างที่คุณหาได้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมรถยนต์ คุณจะรู้ว่าเมื่อไหร่บางสิ่งที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแง่ดีขนานใหญ่ จะเกิดขึ้น จากนั้นให้ตามเรื่องนั้นต่อ อ่านเรื่องที่คุณค้นพบให้มากขึ้น มันอาจจะเป็นระบบฉีดเชื้อเพลิงแบบใหม่ที่กำลังพัฒนาอยู่ เป็นระบบที่เหนือกว่าและถูกกว่าระบบที่กำลังใช้กันอยู่ และคุณรู้ว่าเมื่อมันเข้าสายพานการผลิตเมื่อไหร่มันจะกินส่วนแบ่งการตลาดขนาดใหญ่อย่างแน่นอน หรือมันอาจจะเป็นถนนเส้นใหม่ผู้คนอาจจะขับรถไปในที่ที่ไม่เคยไปได้มาก่อน โรงแรมหรือศูนย์การค้าใหม่อาจจะเปิดขึ้นที่นั่น
กลยุทธ์พื้นฐานคือ อยู่กับสิ่งที่คุณรู้แล้วขยายความรู้คุณออกไป จงเพ่งพินิจในสิ่งที่คุณรู้ และเมื่อคุณเห็นการเปลี่ยนแปลง คุณจะเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาก่อนที่ผมจะเห็นนานทีเดียว นานกว่าที่คนวอลสตรีทจะเห็น
จงเรียนรู้วิธีคิดด้วยคำที่เหมาะสม อย่างเช่น นี่เป็นสิ่งใหม่ นี่เป็นสิ่งที่แตกต่าง นี่เป็นการเปลี่ยนทิศทาง คุณต้องเรียนรู้ในการคาดคะเนถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป คุณจะรู้ก่อนใครในวอลสตรีท เมื่ออะไรดีๆ กำลังเกิดขึ้น คุณจะรู้ว่านี่เป็นเวลาที่ต้องซื้อ คุณจะรู้เช่นกันว่าเมื่อไหร่ควรจะขาย
5
บางครั้งการไม่ทำอะไรเลย เป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุด ความจริงแล้วนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จที่สุด เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในการไม่ทำอะไรเลย จงรู้ว่าเมื่อไหร่ควรนั่งรอ คุณควรรอจนคุณเห็นสิ่งที่คุณแน่ใจสุดๆ โดยอาศัยคลังความรู้ที่คุณมีและสิ่งนั้นก็ถูกมาก จนการซื้อมันปลอดภัย นั่นเป็นสิ่งที่นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จทำกัน พวกเขาไม่ค่อยเปลี่ยนการลงทุนไปมานัก วอเรน บัฟเฟต แทบจะไม่เปลี่ยนหุ้นที่เขาถือเลย
(ตอนที่ 2)
3
ผู้คนต่างถามผมอยู่เสมอว่าลงทุนในอะไรดี ซึ่งผมก็ตอบเหมือนเดิมทุกครั้ง ผมบอกว่าอย่าฟังผม อย่าฟังใครทั้งนั้น ทางเดียวที่คุณจะเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จก็คือ การลงทุนในสิ่งที่คุณมีความรู้ในเรื่องนั้นดี ทุกคนมีสิ่งที่ตนรู้ดีทั้งนั้น มันอาจจะเป็นรถ แฟชั่น หรืออะไรก็ตาม คุณรู้ดีในเรื่องอะไรสักเรื่อง ถ้าคุณไม่รู้ว่าคุณรู้เรื่องอะไรดี ให้คุณลองถอยมามองดูชีวิตประจำวันของคุณ เมื่อคุณนั่งรอตรวจกับคุณหมอคุณหยิบนิตยสารอะไรขึ้นมาอ่าน ถ้าคุณเปิดโทรทัศน์คุณดูรายการประเภทไหน แล้วคุณก็จะรู้ในไม่ช้าว่าคุณสนใจเรื่องอะไรกันแน่และความรู้ของคุณมีอยู่ในเรื่องใด
4
ถ้าคุณมีความสนใจเรื่องรถยนต์ ให้คุณอ่านทุกอย่างที่คุณหาได้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมรถยนต์ คุณจะรู้ว่าเมื่อไหร่บางสิ่งที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแง่ดีขนานใหญ่ จะเกิดขึ้น จากนั้นให้ตามเรื่องนั้นต่อ อ่านเรื่องที่คุณค้นพบให้มากขึ้น มันอาจจะเป็นระบบฉีดเชื้อเพลิงแบบใหม่ที่กำลังพัฒนาอยู่ เป็นระบบที่เหนือกว่าและถูกกว่าระบบที่กำลังใช้กันอยู่ และคุณรู้ว่าเมื่อมันเข้าสายพานการผลิตเมื่อไหร่มันจะกินส่วนแบ่งการตลาดขนาดใหญ่อย่างแน่นอน หรือมันอาจจะเป็นถนนเส้นใหม่ผู้คนอาจจะขับรถไปในที่ที่ไม่เคยไปได้มาก่อน โรงแรมหรือศูนย์การค้าใหม่อาจจะเปิดขึ้นที่นั่น
กลยุทธ์พื้นฐานคือ อยู่กับสิ่งที่คุณรู้แล้วขยายความรู้คุณออกไป จงเพ่งพินิจในสิ่งที่คุณรู้ และเมื่อคุณเห็นการเปลี่ยนแปลง คุณจะเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาก่อนที่ผมจะเห็นนานทีเดียว นานกว่าที่คนวอลสตรีทจะเห็น
จงเรียนรู้วิธีคิดด้วยคำที่เหมาะสม อย่างเช่น นี่เป็นสิ่งใหม่ นี่เป็นสิ่งที่แตกต่าง นี่เป็นการเปลี่ยนทิศทาง คุณต้องเรียนรู้ในการคาดคะเนถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป คุณจะรู้ก่อนใครในวอลสตรีท เมื่ออะไรดีๆ กำลังเกิดขึ้น คุณจะรู้ว่านี่เป็นเวลาที่ต้องซื้อ คุณจะรู้เช่นกันว่าเมื่อไหร่ควรจะขาย
5
บางครั้งการไม่ทำอะไรเลย เป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุด ความจริงแล้วนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จที่สุด เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในการไม่ทำอะไรเลย จงรู้ว่าเมื่อไหร่ควรนั่งรอ คุณควรรอจนคุณเห็นสิ่งที่คุณแน่ใจสุดๆ โดยอาศัยคลังความรู้ที่คุณมีและสิ่งนั้นก็ถูกมาก จนการซื้อมันปลอดภัย นั่นเป็นสิ่งที่นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จทำกัน พวกเขาไม่ค่อยเปลี่ยนการลงทุนไปมานัก วอเรน บัฟเฟต แทบจะไม่เปลี่ยนหุ้นที่เขาถือเลย
จิม โรเจอร์ส รู้จริง รวยจริง อย่างเซียนหุ้น (ตอนที่ 1)
จิม โรเจอร์ส รู้จริง รวยจริง อย่างเซียนหุ้นขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือ “ รู้จริง รวยจริง อย่างเซียนหุ้น การผจญภัยบนเส้นทางชีวิตและตลาดการเงิน (STREET SMARTS Adventures on the Roads and in the Markets) โดย จิม โรเจอร์ส ตำนานแห่งวอลสตรีท อินเดียน่า โจนส์ แห่งโลกการเงิน แปลและเรียบเรียงโดย วิรัตน์ รัตนเวชสิทธิ
(ตอนที่ 1)
1
ผมได้อธิบายให้นักศึกษา ที่เข้าฟังการบรรยายของผมที่บาลลิออล ในปี 2010 ผู้ที่ยังคงมุ่งมันจะไปทำงานในภาคการเงินว่าการเรียนปรัชญาและประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการเป็นนักลงทุนของผม เพราะอะไรผมบอกเขาว่า “คุณต้องรู้จักตัวคุณเองให้ดีขึ้น ถ้าคุณต้องการประสบความสำเร็จในเรื่องใดเรื่องหนึ่งในชีวิต คุณจะต้องเรียนรู้ที่จะคิดให้ลึกขึ้น ในระดับที่ลึกซึ้ง ถ้าคุณต้องการเข้าใจความจริง” การเรียนปรัชญาช่วยให้ผมพัฒนาความสามารถดังกล่าว การเรียนปรัชญาฝึกให้ผมคิดด้วยตัวเองและคิดนอกกรอบที่คนอื่นวางไว้ มันสอนให้ผมพิจารณาสิ่งต่างๆเอง พิจารณาทุกแนวความคิดและทุกข้อเท็จจริง มันสอนให้ผมคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปข้างหน้า ให้เห็นว่าอะไรขาดไป คนจำนวนมากมายทุกวันนี้ติดอยู่กับวิธีคิดแบบเดิมๆ เพราะการพูดหรือให้ความเห็นอย่างเดียวกับสิ่งที่คนส่วนใหญ่ยอมรับหรือตามความรู้แต่เดิมนั้นเป็นสิ่งที่ง่ายกว่าและปลอดภัยกว่า เมื่อกระบวนการทางความคิดของคนคนหนึ่งถูกล้อมกรอบด้วยแนวความคิดอย่างรัฐชาติ ประเพณี หรือศาสนาแล้ว การคิดให้แตกต่างจากคนอื่นนั้นก็เป็นเรื่องยาก วิชาปรัชญาสอนให้คุณคิดเป็นและด้วยเหตุนี้ยังสอนให้คุณสงสัยเป็นด้วย
2
การขายช็อต
คนส่วนมากซื้อหุ้นที่ประมาณ 10 และขายมันที่ประมาณ 25 ดอลล่าร์ พวกเขาซื้อและขายเพื่อทำกำไร การขายช็อตเป็นกระบวนการย้อนกลับซึ่งกำไรถูกสร้างขึ้น คุณขายหุ้นที่ 25 แล้วค่อยซื้อคืนที่ 10 ดอลล่าร์ ทีนี้คุณจะขายได้อย่างไรถ้าคุณไม่มีมันอยู่แต่แรก คุณต้องยืมหุ้นจากคนอื่นมาก่อน ผมไปที่เจพี มอร์แกนและยืมหุ้นจากพวกเขามา 100 หุ้น และขายมันที่ 25 ดอลล่าร์ ซึ่งเป็นราคาตลาดในปัจจุบัน ผมขายมันเพราะผมคิดว่าราคามันจะลง ดังนั้นเมื่อราคามันลงมาอยู่ที่ 10 ดอลล่าร์ ผมก็ซื้อหุ้นมา 100 หุ้น และเอาไปคืนให้เจพี มอร์แกน ทางธนาคารก็ได้หุ้น 100 หุ้นคืน ผมก็ได้กำไร
การขายช็อตเซลไม่เหมาะกับผู้เล่นทั่วไปในวอลสตรีท มันต้องใช้ความรู้มากขึ้น ต้องมีการทำการบ้านอย่างจริงจัง คนที่มีข้อมูลพอถึงควรเล่น
ผมเล่นจนเจ๊งไปตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่ผมทำอาชีพนี้ มันเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามาก มันสอนให้ผมรู้ว่าผมรู้เรื่องตลาดน้อยแค่ไหน และมันสอนให้ผมรู้จักตัวผมดีขึ้นอีกมาก ต่อมาผมได้แบ่งปันบทเรียนนี้ให้นักศึกษาฟังขณะที่ผมสอนที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ผมบอกพวกเขาว่าไม่ต้องกังวลว่าจะล้มเหลว ไม่ต้องกังวลว่าคุณจะทำผิดพลาดในชีวิตนี้ มันเป็นเรื่องที่ดีที่จะเสียเงิน แต่ให้รีบทำเสียแต่เนิ่นๆ มันดีกว่าถ้าคุณเจ๊งด้วยเงิน 20,000 ดอลล่าร์ แทนที่จะเป็นเงิน 20 ล้านดอลล่าร์
การสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างเป็นประสบการณ์ที่มีประโยชน์ เพราะมันสอนให้คุณรู้ว่าคุณยังไม่รู้อะไรอีกมาก และถ้าคุณฟื้นขึ้นมาได้จากความล้มเหลวสักครั้งสองครั้ง คุณจะมีโอกาสสูงในการประสบความสำเร็จมากขึ้นในระยะยาว มีเรื่องราวนับไม่ถ้วนของคนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงที่เคยล้มเหลวมาหนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง และกลับขึ้นมายืนใหม่ ไมค์ บลูมเบิร์ก ถูกไล่ออกจากซาโลมอน บราเธอร์ส และนั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นกับเขา เขาเริ่มบริษัทส่งมอบข้อมูลข่าวสารของเขาเองและกลายเป็นคนที่รวยที่สุดคนหนึ่งในโลก ไม่มีอะไรผิดในการล้มเหลว ถ้าคุณเรียนรู้จากความผิดพลาดของคุณ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


