ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือ “ รู้จริง รวยจริง อย่างเซียนหุ้น การผจญภัยบนเส้นทางชีวิตและตลาดการเงิน (STREET SMARTS Adventures on the Roads and in the Markets) โดย จิม โรเจอร์ส ตำนานแห่งวอลสตรีท อินเดียน่า โจนส์ แห่งโลกการเงิน แปลและเรียบเรียงโดย วิรัตน์ รัตนเวชสิทธิ
(ตอนที่ 1)
1
ผมได้อธิบายให้นักศึกษา ที่เข้าฟังการบรรยายของผมที่บาลลิออล ในปี 2010 ผู้ที่ยังคงมุ่งมันจะไปทำงานในภาคการเงินว่าการเรียนปรัชญาและประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการเป็นนักลงทุนของผม เพราะอะไรผมบอกเขาว่า “คุณต้องรู้จักตัวคุณเองให้ดีขึ้น ถ้าคุณต้องการประสบความสำเร็จในเรื่องใดเรื่องหนึ่งในชีวิต คุณจะต้องเรียนรู้ที่จะคิดให้ลึกขึ้น ในระดับที่ลึกซึ้ง ถ้าคุณต้องการเข้าใจความจริง” การเรียนปรัชญาช่วยให้ผมพัฒนาความสามารถดังกล่าว การเรียนปรัชญาฝึกให้ผมคิดด้วยตัวเองและคิดนอกกรอบที่คนอื่นวางไว้ มันสอนให้ผมพิจารณาสิ่งต่างๆเอง พิจารณาทุกแนวความคิดและทุกข้อเท็จจริง มันสอนให้ผมคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปข้างหน้า ให้เห็นว่าอะไรขาดไป คนจำนวนมากมายทุกวันนี้ติดอยู่กับวิธีคิดแบบเดิมๆ เพราะการพูดหรือให้ความเห็นอย่างเดียวกับสิ่งที่คนส่วนใหญ่ยอมรับหรือตามความรู้แต่เดิมนั้นเป็นสิ่งที่ง่ายกว่าและปลอดภัยกว่า เมื่อกระบวนการทางความคิดของคนคนหนึ่งถูกล้อมกรอบด้วยแนวความคิดอย่างรัฐชาติ ประเพณี หรือศาสนาแล้ว การคิดให้แตกต่างจากคนอื่นนั้นก็เป็นเรื่องยาก วิชาปรัชญาสอนให้คุณคิดเป็นและด้วยเหตุนี้ยังสอนให้คุณสงสัยเป็นด้วย
2
การขายช็อต
คนส่วนมากซื้อหุ้นที่ประมาณ 10 และขายมันที่ประมาณ 25 ดอลล่าร์ พวกเขาซื้อและขายเพื่อทำกำไร การขายช็อตเป็นกระบวนการย้อนกลับซึ่งกำไรถูกสร้างขึ้น คุณขายหุ้นที่ 25 แล้วค่อยซื้อคืนที่ 10 ดอลล่าร์ ทีนี้คุณจะขายได้อย่างไรถ้าคุณไม่มีมันอยู่แต่แรก คุณต้องยืมหุ้นจากคนอื่นมาก่อน ผมไปที่เจพี มอร์แกนและยืมหุ้นจากพวกเขามา 100 หุ้น และขายมันที่ 25 ดอลล่าร์ ซึ่งเป็นราคาตลาดในปัจจุบัน ผมขายมันเพราะผมคิดว่าราคามันจะลง ดังนั้นเมื่อราคามันลงมาอยู่ที่ 10 ดอลล่าร์ ผมก็ซื้อหุ้นมา 100 หุ้น และเอาไปคืนให้เจพี มอร์แกน ทางธนาคารก็ได้หุ้น 100 หุ้นคืน ผมก็ได้กำไร
การขายช็อตเซลไม่เหมาะกับผู้เล่นทั่วไปในวอลสตรีท มันต้องใช้ความรู้มากขึ้น ต้องมีการทำการบ้านอย่างจริงจัง คนที่มีข้อมูลพอถึงควรเล่น
ผมเล่นจนเจ๊งไปตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่ผมทำอาชีพนี้ มันเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามาก มันสอนให้ผมรู้ว่าผมรู้เรื่องตลาดน้อยแค่ไหน และมันสอนให้ผมรู้จักตัวผมดีขึ้นอีกมาก ต่อมาผมได้แบ่งปันบทเรียนนี้ให้นักศึกษาฟังขณะที่ผมสอนที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ผมบอกพวกเขาว่าไม่ต้องกังวลว่าจะล้มเหลว ไม่ต้องกังวลว่าคุณจะทำผิดพลาดในชีวิตนี้ มันเป็นเรื่องที่ดีที่จะเสียเงิน แต่ให้รีบทำเสียแต่เนิ่นๆ มันดีกว่าถ้าคุณเจ๊งด้วยเงิน 20,000 ดอลล่าร์ แทนที่จะเป็นเงิน 20 ล้านดอลล่าร์
การสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างเป็นประสบการณ์ที่มีประโยชน์ เพราะมันสอนให้คุณรู้ว่าคุณยังไม่รู้อะไรอีกมาก และถ้าคุณฟื้นขึ้นมาได้จากความล้มเหลวสักครั้งสองครั้ง คุณจะมีโอกาสสูงในการประสบความสำเร็จมากขึ้นในระยะยาว มีเรื่องราวนับไม่ถ้วนของคนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงที่เคยล้มเหลวมาหนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง และกลับขึ้นมายืนใหม่ ไมค์ บลูมเบิร์ก ถูกไล่ออกจากซาโลมอน บราเธอร์ส และนั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นกับเขา เขาเริ่มบริษัทส่งมอบข้อมูลข่าวสารของเขาเองและกลายเป็นคนที่รวยที่สุดคนหนึ่งในโลก ไม่มีอะไรผิดในการล้มเหลว ถ้าคุณเรียนรู้จากความผิดพลาดของคุณ
