แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พ่อรวยสอนลูก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พ่อรวยสอนลูก แสดงบทความทั้งหมด
พ่อรวยสอนลูก เงินสี่ด้าน

พ่อรวยสอนลูก เงินสี่ด้าน

เก็บมาฝากจากหนังสือ พ่อรวยสอนลูก เงินสี่ด้าน

ชีวิต ของคนเราไม่ได้มีเวลามากมายนัก ทำไมจึงเสียเวลาทั้งชีวิตทำงานเพื่อเงิน ทำไมไม่เรียนรู้วิธีใช้เงินและให้คนอื่นทำงานให้ เราจะได้มีเวลาไปทำอย่างอื่นที่มีความสำคัญกว่า

ไหวพริบ ทางการเงิน หมายถึง วิธีหา วิธีเก็บ และวิธีทำให้เงินทวีคูน เมื่อหาเงินได้แล้วคุณสามารถเก็บไว้ได้นานเท่าไหร่ และจะทำให้เงินนั้นออกดอกออกผล เพื่อให้ประโยชน์ต่อลูกหลานไปได้นานแค่ไหน

ถ้า คุณต้องการหาธุรกิจอะไรสักอย่างเพื่อเรียนรู้และช่วยให้คุณพัฒนาไปอยู่ด้าน ขวาของ “เงินสี่ด้าน” ได้ สินค้าจะเป็นอะไรไม่สำคัญเท่ากับระบบที่คุณจะได้เรียนรู้จาการเข้าไปจับทำ ธุรกิจนั้น

เริ่มเป็นนักลงทุน
เอากระดาษปากกาออกมา แล้วเริ่มวางแผนการใช้เงินของคุณควบคู่การใช้เงิน ลดหนี้ อยู่อย่างไรให้พอกับรายจ่าย และทำอย่างไรจึงจะสามารถเพิ่มรายได้ ตั้งเป้าหมายทางการเงิน แล้วลองคำนวณดูว่าคุณต้องเก็บเงินลงทุนเดือนละเท่าไหร่ จึงจะมีเงินเท่ากับเป้าหมายที่ตั้งไว้

วางแผนระยะยาวว่า คุณจะค่อยๆ ลดหนี้อย่างไร เดือนละเท่าไหร่ พร้อมกันกับเงินเดือนจำนวนหนึ่งฝากไว้กับกองทุนดีๆ ทุกๆเดือน เท่านี้ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี

อย่ามัวแต่รอคอย โอกาส “ทอง” เริ่มจากอะไรเล็กๆน้อยๆไปก่อน และไม่ต้องกังวลกับเรื่องผิดหรือถูก ลงมือได้เลย แล้วคุณจะค่อยๆเรียนรู้ไปเอง เมื่อเข้าไปยืนอยู่ในสนามจริงๆ เริ่มที่เงินจำนวนน้อย คุณอาจได้ผลตอบแทนที่คาดไม่ถึง อย่ากลัว เพราะความกลัวทำให้เราโง่เขลา คุณจะลงทุนกับตลาดที่น่าตื่นเต้นด้วยเงินก้อนใหญ่ที่คุณมีเมื่อไหร่ก็ได้ แต่คุณอาจจะเสียเวลาไปกับการเล่นในสนาม ทั้งๆที่ยังไม่มีฝีมือ สู้ใช้เวลาและเงินเล็กน้อยฝึกวิทยายุทธิ์ให้ช่ำชองก่อนดีกว่า สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือ คุณต้อง ลงมือทำเดี๋ยวนี้

อย่า รีรออีกต่อไปเลย เริ่มวันนี้แหล่ะ ตัดบัตรเครดิตทิ้งเสียให้หมด ข้าวของอะไรที่เป็นหนี้สินก็อย่าไปมี อย่าไปใช้มัน หาหนังสืออ่าน และเริ่มเก็บเงินให้กับตัวเอง

จำนวนเงินที่หาได้ ไม่สำคัญเท่ากับวิธีเก็บรักษา วิธีทำให้เงินงอกเงย วิธีใช้เงินทำงานเพื่อลูกหลานรุ่นต่อๆไป

ฝึก สมองให้มองเห็นเงิน คือต้องมีความรู้ทางการเงิน เข้าใจตัวเลขและการลงทุน ถ้ามองตัวเลขหรือภาษาทางการเงินไม่เข้าใจ ก็เหมือนฟังภาษาต่างประเทศไม่รู้เรื่อง
รู้จักความเสี่ยง การลงทุนเป็นความเสี่ยง  เปล่าเลย  ไม่มีความรู้เรื่องเงินต่างหากที่เสี่ยง

เก็บมาฝากจากหนังสือ : พ่อรวยสอนลูก : อ่านจบแล้วคุณจะไม่เหมือนเดิม




เก็บมาฝากจากหนังสือ พ่อรวยสอนลูก โดย โรเบิร์ต คิโยซากิ


พ่อจนพูดว่า “ ไม่มีปัญญาซื้อ”  เป็นประโยคบอกเล่า พูดแล้วจน
พ่อรวยพูดว่า “ทำยังไงจึงจะซื้อได้” เป็นประโยคคำถาม
ทำไมต้องคิดหาคำตอบ
พ่อรวยบอกว่า “ถ้ายอมรับว่าเราไม่มีปัญญาซื้อ” สมองจะหยุดคิด
แต่เมื่อถูกตั้งคำถาม สมองจะเริ่มทำงาน ไม่ได้หมายความว่าจะซื้อทุกอย่างที่อยากได้
แต่ต้องการฝึกให้สมองทำงานตลอดเวลา
การฝึกให้สมองทำงานมาก สมองก็ยิ่งแข็งแรง
พ่อจนไม่ได้จนเพราะมีรายได้น้อย แต่เพราะความคิด ซึ่งมีผลต่อการกระทำต่างหาก


เงินคืออำนาจ แต่ที่มีอำนาจมากกว่าเงินคือ การศึกษาวิชาการเงิน เงินได้มาแล้วก็เสียไป แต่ความรู้ความเข้าใจว่าเงินทำงานอย่างไร จะช่วยให้เรามีอำนาจเหนือมัน และใช้มันสร้างความร่ำรวยได้

พ่อรวยบอกว่า…โลกแห่งความเป็นจริงคือบทเรียนที่ดีที่สุด และโลกไม่เคยสอนอะไรเราด้วยวิธีพูดหรือเล็คเชอร์ โลกผลักเราไปข้างหน้า เหมือนกับจะบอกว่า…นี่ไง…เรียนสิ

ความกลัวทำให้เราต้องเป็นลูกจ้าง เพราะกลัวว่าจะไม่มีเงินจ่ายหนี้ กลัวจะออกจากงาน กลัวไม่มีเงิน กลัวจะต้องเริ่มต้นใหม่ นี่คือผลจากการเรียนเพื่อเป็นลูกจ้าง เพื่อมาทำงาน
เพื่อเงิน

ทรัพย์สินที่ควรสนใจ ไขว่คว้าและสอนลูกหลานให้รู้จัก
1.    ธุรกิจที่ไม่ต้องนั่งเฝ้า
2.    หุ้น
3.    พันธบัตร
4.    กองทุนรวม
5.    อสังหาริมทรัพย์
6.    ตั๋วเงิน
7.    ค่าลิขสิทธิ์จากเพลง งานประพันธ์ หรือสิทธิบัตรต่างๆ
8.    สิ่งใดก็ตามที่มีคุณค่า สามารถสร้างรายได้ หรือเพิ่มมูลค่าของตัวเองและมีตลาดรองรับชัดเจน

หลักสำคัญของไหวพริบทางการเงิน
1.    ความรู้ทางบัญชี
2.    ความรู้เกี่ยวกับการลงทุน
3.    ความเข้าใจเกี่ยวกับตลาด
4.    ความรู้เรื่องกฎหมาย

ความพ่ายแพ้และความล้มเหลว เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ
ถ้าหลีกเลี่ยงความล้มเหลว ก็คือหลีกเลี่ยงความสำเร็จด้วย

ความรู้เป็นสมบัติ ความไม่รู้เป็นความเสี่ยง และความเสี่ยงมีอยู่ทั่วไป
เรียนรู้ที่จะจัดการกับความเสี่ยงดีกว่าที่จะหลีกเลี่ยงอยู่ร่ำไป

ฟันฝ่าอุปสรรค
สาเหตุที่ยังไม่ประสบความสำเร็จด้านการเงิน
1.    ต้องเอาชนะความกลัวว่าจะต้องเสียเงิน
2.    ขจัดความคิดด้านลบ
3.    ความขี้เกียจ

คุณจะเอาชนะความขี้เกียจได้อย่างไร คำตอบก็คือ ความโลภ ความต้องการ เราควรจะนั่งคิดว่าทำอย่างไรจึงจะไม่ต้องทำงาน หรือทำอย่างไรจึงจะได้เงินมากๆ หากปราศจากกิเลส ขาดความต้องการที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น โลกจะพัฒนาได้อย่างไร เทคโนโลยีใหม่ๆ ล้วนเกิดจากความต้องการของมนุษย์ทั้งสิ้น
คราวนี้เมื่อไหร่ที่พบว่าตัวเองกำลังหลีกเลี่ยงสิ่งที่ควรจะทำก็ให้ถามตัวเองว่า “แล้วเราจะได้อะไรจากการกระทำนี้บ้าง” เติมความอยากให้ตัวเองสักนิดจะได้กวาดเอาความขี้เกียจออกไปจากตัวคุณ
อย่างไรก็ตามอะไรที่มากเกินไปนั้นก็เป็นผลเสีย ความโลภก็เช่นกัน