ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ “Xiaomi กลยุทธ์ปั้นแบรนด์หมื่นล้านแบบเสียวหมี่” เรื่อง : หลีว่านเฉียง แปล: พรรณวดี ตั้งสกุล เรียบเรียง : กำพล ปิยะศิริกุล
แนวคิดที่ทำให้เสียวหมี่เป็นบริษัท Start-Up ที่มีมูลค่าสูงสุดของโลก
Xiaomi เป็นโทรศัพท์มือถือที่มียอดขายชนะ Samsung และ Apple ในประเทศจีน ด้วยสุดยอดการตลาดแบบเสียวหมี่ และนี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
(ตอนที่ 2)
สามประสานของการบอกต่อ
เคล็ดลับของแนวคิดอินเตอร์เน็ต คือ ต้องโฟกัสจึงจะสามารถทำได้เร็ว และทำได้ดีถึงระดับที่ยอดเยี่ยม เมื่อทำได้ยอดเยี่ยม จึงจะเกิดกระแสปากต่อปากได้ บนโลกอินเตอร์เน็ตคนที่สร้างเสียงบอกต่อได้เท่านั้นจึงจะอยู่ได้
3 ประสานของการบอกต่อ
1.
มอเตอร์
คือ สินค้า
2.
คันเร่ง
คือ โซเชียลมีเดีย
3.
โซ่
คือ ความสัมพันธ์กับลูกค้า
หากบริษัทหนึ่งอยากมีเสียงบอกต่อที่ดี
สินค้าที่ดีคือมอเตอร์ ซึ่งถือเป็นพื้นที่ฐานของพื้นฐานทั้งหมด คุณภาพของสินค้าคือ
เลข 1 การตลาดของแบรนด์ก็คือเลข 0 ที่อยู่หลังเลข 1 ทั้งหมด หากไม่มีหมายเลข 1 เลข
0 ที่เหลือก็ไม่มีความหมาย
3
จุดสำคัญ ที่เป็นเรื่องราวและประเด็นที่ใช้ในการกระจ่ายเสียงบอกต่อ
1.
ความรวดเร็ว
2.
ความสวยงาม
3.
การเปิดกว้าง
โซเชียลเน็ตเวิร์ก
เกิดขึ้นจากความไว้เนื้อเชื่อใจของคนเรา
การส่งต่อข่าวสารก็เป็นการ่ถายทอดความไว้เนื้อเชื่อใจ
ยิ่งบริษัทสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจในหมู่ลูกค้าได้มาก
การบอกปากต่อปากก็ยิ่งไปได้ไกลขึ้น
บริษัทก็เหมือนกับคน
มีแต่เพื่อนเท่านั้นที่จะช่วยคุณบอกต่อ และช่วยรักษาชื่อเสียงของคุณอย่างจริงใจ
ความสัมพันธ์กับลูกค้าแบบเพื่อนเป็นความสัมพันธ์ที่มีความไว้เนื้อเชื่อใจสูงที่สุด
“หลักการเรื่องความสัมพันธ์กับลูกค้า
ของ เสียวหมี่ คือ เราเป็นเพื่อนกับลูกค้า”
เสียวหมี่ให้พนักงานเป็นผู้ใช้สินค้า
และให้เพื่อนของพนักงานมาเป็นลูกค้าด้วยเสียวหมี่ดำเนินธุรกิจโดยเปิดกว้างในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และการให้บริการลูกค้า โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วม การเปลี่ยนแปลงทัศนคติเรื่องการเป็นเพื่อนกับลูกค้าเกิดขึ้นเพราะทุกวันนี้ ไม่ใช่ยุคของการขายสินค้าเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เป็นการขายความรู้สึกมีส่วนร่วม
กฎสามสามของการมีส่วนร่วม
สำหรบแนวคิดอินเตอร์เน็ต การบอกต่อคือพระเจ้า แก่นแท้ของการบอกต่อก็อยู่ที่ความคิดของลูกค้า อยู่ที่การทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกมีส่วนร่วม
การตัดสินใจเลือกสินค้าของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปมากในช่วงเวลาไม่กี่สิบปีมานี้ การที่ลูกค้าซื้อสินค้าชิ้นหนึ่งจากเดิมเลือกซื้อที่ฟังก์ชั่น ต่อมาจังเลือกซื้อที่ยี่ห้อ ระยะหลังหันมานิยมเลือกซื้อจากการทดลอง แต่ที่เสียหมี่ได้ค้นพบและใช้อยู่คือ “เลือกซื้อจากการมีส่วนร่วม”
เสียวหมี่เปิดโอกาสให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในขั้นตอนการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการทำการตลาดตั้งแต่เริ่มแรก
ยุทธศาสตร์ของเสียวหมี่
1)
สร้างสินค้าให้ดังเปรี้ยง
คือยุทธศาสตร์ด้านผลิตภัณฑ์ในขั้นตอนวางแผนผลิตภัณฑ์ต้องกล้าที่จะเลือกทำเพียงอย่างเดียว
2)
สร้างแฟนคลับ
เป็นยุทธศาสตร์ด้านลูกค้า การได้ฟังก์ชั่นต่างๆ
และได้รับข่าวสารเป็นสิทธิพิเศษพื้นฐานที่จะช่วยกระตุ้นลูกค้าได้
เราจึงมักพูดว่าคอมเมนต์ก็คือ การมีส่วนร่วมอย่างหนึ่ง
ถัดมาคือการได้รับเกียรติและสิทธิประโยชน์
3)
สร้างสื่อของตัวเอง
คือยุทธศาสตร์ด้านเนื้อหา
การสร้างสื่อของตัวเองทำให้บริษัทกลายเป็นแหล่งข่าวบนอินเตอร์เน็ต
ข้อมูลจึงส่งต่อได้อย่างรวดเร็ว สนับสนุนให้พนักงานและลูกค้าทุกคนกลายเป็น “พรีเซนเตอร์”
ในส่วนของการสร้างสรรค์เนื้อหาก็ต้องยึดหลัก “ มีประโยชน์ มีความรู้สึกร่วม และมีปฏิสัมพันธ์”
4)
เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วม
เปิดโอกาสทั้งในขั้นตอนการสร้างผลิตภัณฑ์ การบริหาร การสร้างแบรนด์
และการจัดจำหน่าย เลือกจุดที่ทั้งบริษัทและลูกค้าต่างได้รับประโยชน์
5)
ออกแบบวิธีสื่อสาร
ออกแบบให้สอดคล้องกับจุดที่เราเปิดโอกาสให้คนมีส่วนร่วม โดยควรยึดหลัก ไม่ซับซ้อน ได้ประโยชน์
สนุก และเป็นจริง
6)
เผยแพร่คำบอกต่อ
อันดับแรกต้องเลือกกลุ่มผู้ที่ยอมรับสินค้ามากที่สุดเป็นกลุ่มแรก
บ่มเพาะความรู้สึกมีส่วนร่วมขึ้นในวงแคบก่อน แล้วนำเรื่องราวการสื่อสารกัน
มาจับประเด็นที่สามารถนำไปต่อยอดได้ ให้กระแสปากต่อปาก กระจายออกไป
ทำให้คนนับแสนนับล้านเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น