การลงทุน : เทรดแบบเซียนหุ้น ให้ได้กำไรขั้นเทพ

ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ “เทรดแบบเซียนหุ้น ให้ได้กำไรขั้นเทพ”
(Trade like a stock market wizard) By Mark Minervini

(ตอนที่ 2)
มูลค่ามาพร้อมกับราคา
หุ้นบางตัวดูเหมือนราคาถูก แต่จริงๆแล้วอาจจะแพงก็ได้ และหุ้นที่เหมือนจะราคาแพงหรือราคาสูงเกินไปอาจกลายเป็นหุ้นตัวต่อไปที่ราคาพร้อมจะทะยานขึ้นได้ ดังนั้นความจริงง่ายๆ คือ มูลค่าหุ้นมาพร้อมกับราคา

PE ถูกใช้กันมากเกินไปและเข้าใจผิดกันมาก PE ถูก ไม่ได้แปลว่าหุ้นถูกเสมอไป เพราะ PE Ratio ได้สะท้อนผลการดำเนินงานในอดีตและไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นเลย ซึ่งนั้นคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้นจงระวังกับดักราคาถูก และอย่ามองข้ามหุ้นที่มีค่า PE Ratio สูง หุ้นเติบโตสูงมักจะมีราคาแพงซึ่งเป็นเรื่องธรรมดามากเพราะบริษัทมีผลกำไรสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและมีการเติบโตเร็ว

มีตัวอย่างมากมายที่แสดงให้เห็นว่าหุ้นที่มีโอกาสเป็นหุ้นดาวรุ่งจะขายกันอยู่ในระดับ PE Ratio สูง ซึ่งทำให้นักลงทุนสมัครเล่น หรือรายย่อยกลัวจนถอยหนี

สรุปเรื่อง PE
ค่า PE Ratio ไม่ใช่ตัวเลขที่ใช้หาหุ้นดาวรุ่ง สิ่งที่สำคัญกว่าคือศักยภาพผลกำไรเติบโตมากกว่า
เทรดตามแนวโน้ม
1)    ขั้นตอนที่ 1 – ช่วงเพิกเฉย : ปรับตัวลง
2)    ขั้นตอนที่ 2 – ช่วงขาขึ้น : เก็บสะสม
3)    ขั้นตอนที่ 3 – ช่วงสูงสุด : เปลี่ยนมือ
4)    ขั้นตอนที่ 4 – ช่วงขาลง : ยอมจำนน

" เราอยู่ตรงไหนบนภูเขาลูกนี้"
การนับฐาน
ในขั้นตอนที่ 2 ให้สังเกตว่าจะมีการสร้างฐาน 3-5 ฐาน ตลอดขั้นตอนที่ 2 ช่วงขาขึ้น ฐานในช่วงท้ายๆ จะเป็นจุดสะสมหุ้นอย่างเห็นได้ชัด แสดงให้เห็นแรงซื้อหนักครั้งสุดท้ายของนักลงทุนสถาบัน
ฐานที่ 1 และ 2 หลุดจากการปรับฐานตลาด เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการกระโดดร่วมไปพร้อมกับแนวโน้มครั้งใหม่

การนับฐานช่วยให้ดูออกว่าอยู่ตรงจุดไหนในขั้นตอนที่ 2 ช่วงขาขึ้น เมื่อนำมารวมกับการวิเคราะห์ปริมาณซื้อขายและราคาควบคู่กับการวิเคราะห์ทางปัจจัยพื้นฐานก็ทำให้การนับฐานกลายเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิ์ภาพมาก

การแบ่งกลุ่ม
กลุ่มอุตสาหกรรมและตัวเร่ง
การแบ่งบริษัทออกเป็นกลุ่มทำให้ได้มุมมองและจัดระบบความคิดต่อหุ้นตัวในตัวหนึ่งเฉพาะ และยังช่วยให้รู้ว่ากำลังพิจารณาบริษัทประเภทไหนอยู่เมื่อเทียบกับบริษัทอื่นในตลาด ทำให้ตัดสินใจได้ว่าหุ้นอยู่ในวัฏจักรช่วงไหน ซึ่งแบ่งกลุ่มได้ 6 กลุ่มต่อไปนี้
1)    หุ้นนำตลาด
2)    หุ้นคู่แข่งอันดับต้น
3)    หุ้นโปรดสถาบัน
4)    หุ้นกลับทิศ
5)    หุ้นวัฏจักร
6)    หุ้นนำตลาดและขึ้นช้าในอดีต

หุ้นนำตลาด
คือหุ้นที่บริษัทสามารถทำกำไรโตได้เร็วที่สุด ผู้เล่นแข็งแกร่งที่สุดในอุตสาหกรรม มักมียอดขายและผลกำไรอยู่อันดับ 1,2,3 และได้ส่วนแบ่งทางการตลาด หุ้นนำตลาดดูง่าย แต่นักลงทุนส่วนใหญ่ทำใจซื้อยากเพราะราคาปรับขึ้นสูงมากแล้ว
อะไรดันหุ้นเหล่านี้สูงขึ้นได้
นักลงทุนสถาบันรู้จักบริษัท และศักยภาพของบริษัทดีพอ พวกเขามีอำนาจซื้อ พวกเขาไม่สนว่าหุ้นขึ้นมาเท่าไหร่แล้ว แต่สนว่าหุ้นจะไปถึงไหนและมีโอกาสเติบโตในอนาคตไหม

การเติบโตที่ดีที่สุด คือการขยายขนาด หมายถึง
1)    บริษัทได้ส่วนแบ่งตลาดในอุตสาหกรรมโตเร็ว
2)    สินค้าและบริการของบริษัทอยู่ในตลาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับขนาดบริษัท
3)    มีความต้องการสินค้าและบริการประเภทนี้สูงมากจนทำให้บริษัทเติบโตในอัตราสูงเป็นระยะเวลานาน
หุ้นนำตลาดปรับขึ้นมากในช่วงเติบโตสูง โดยทั่วไปบริษัทเหล่านี้กำไรโต 20% หรือมากกว่า เช่นหุ้น Cisco System หุ้น walmart

Share this

Related Posts

Previous
Next Post »