ตอนที่ 1
ฟองสบู่ของบ้านและการล่มสลายในช่วงต้นปี ค.ศ.2000
ฟองสบู่ที่เกิดกับราคาบ้านเดี่ยวที่เกิดขึ้นในช่วงปีต้นๆ ของสหัสวรรษใหม่นี้ เป็นฟองสบู่ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของภาคอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา การขยายตัวและการล่มสลายของลงของราคาบ้าน ได้ส่งผลกระทบต่อชาวอเมริกันทั่วๆไปอย่างมากมายเกินกว่าการปั่นป่วนที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นในครั้งที่ผ่านๆมาทั้งหมด มูลค่าของบ้านเดี่ยวเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่ามากที่สุดในพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนทั่วไป เพราะฉะนั้นราคาบ้านที่ลดลงจะมีผลกระทบต่อความมั่งคั่งของครอบครัว ราคาบ้านที่ลดลงอย่างฮวบฮาบเกือบจะทำให้ระบบการเงินของสหรัฐ และของนานาชาติล่มสลายลงและได้ก่อให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างรวดเร็วและเจ็บปวดไปทั่วโลก
ฟองสบู่และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ทำให้เห็นได้ชัดว่า การแตกออกของฟองสบู่จะนำมาซึ่งการหยุดชะงักกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคจริงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การล่มสลายลงของราคาสินทรัพย์ในภาวะฟองสบู่จะไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในวงของนักเก็งกำไรเท่านั้น ฟองสบู่เป็นอันตรายอย่างมากโดยเฉพาะเมื่อมันเข้าไปเกี่ยวข้องกับการขยายตัวของสินเชื่อและการเพิ่มขึ้นของการใช้ Leverage (ทางการเงิน) ทั้งสำหรับผู้บริโภคเองและสถาบันการเงิน
ประสบการณ์ในสหรัฐฯ ในช่วงต้นทศวรรษที่ 2000 ได้แสดงเป็นตัวอย่างให้เห็นอย่างน่าตื่นเต้นเร้าใจ อุปสงค์ของบ้านที่เพิ่มขึ้น ซึ่งนำไปสู่ราคาที่เพิ่มสูงขึ้นไปอีกเป็นวัฏจักรอย่างต่อเนื่อง วงจรที่ทำให้มีการใช้ Leverage เพิ่มขึ้นจะเกิดจากมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อแย่ลง ซึ่งในท้ายที่สุด คนทั่วไปและสถาบันการเงินก็จะตกอยู่ในสภาวะที่อ่อนไหวต่ออันตรายที่จะเกิดขึ้น
เมื่อฟองสบู่แตกออก วงจรที่มีอยู่นั้นจะเกิดหมุนย้อนกลับ ราคาลดลง ผู้คนจะพบว่าความมั่งคั่งของพวกเขาลดลง และภาระหนี้ของสัญญาจำนองบ้านที่มีอยู่นั้นจะมีมูลค่าสูงกว่ามูลค่าของบ้านของพวกเขา สินเชื่อกลายเป็นสินเชื่อเน่า และผู้คนก็จะงดการใช้จ่าย สถาบันการเงินที่มีระดับ Leverage สูง ก็จะเริ่มลดระดับของการใช้ Leverage ของตนเองลง ระบบการปล่อยสินเชื่อจะถูกระมัดระวังมากขึ้น จนทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจอ่อนแอลง และผลลัพธ์ของวงจรย้อนกลับนี้ก็คือ ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ฟองสบู่ที่เกิดจากการขยายตัวของการปล่อยสินเชื่อคือฟองสบู่ที่จะก่อให้เกิดอันตรายมากที่สุดสำหรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคจริง