คู่มือสร้างความมั่งคั่งและจุดประกายความคิดทางธุรกิจและการลงทุน ด้วยปรัชญาที่ผสมผสานกันระหว่าง ลัทธิเต๋า กับ วอเร็น บัฟเฟตต์
(ตอนที่1)
1
กฎข้อที่ 1 : อย่าขาดทุน
กฎข้อที่ 2 : อย่าลืมกฎข้อที่ 1
ความลับอันยิ่งใหญ่ของการสร้างความมั่งคั่ง ก็คือ การใช้ให้เงินสร้างผลตอบแทนทบต้นให้กับคุณ ยิ่งคุณเริ่มต้นด้วยเงินมากเท่าไหร่ ยิ่งดีเท่านั้น
2
มันเป็นเรื่องที่ดีที่จะรู้ว่าควรจะทำอาชีพอะไรตั้งแต่เนิ่นๆและโดยเฉพาะในโลกของการลงทุนซึ่งเราสามารถสร้างผลตอบแทนจำนวนมหาศาล จากเงินที่เราส่งไปทำงาน อย่าไปกังวลใจกับเวลาที่สูญเสียไปเมื่อตอนหนุ่มๆ คุณยังมีเวลาเหลืออีกมากมายข้างหน้าในการสร้างกำไร จากการตัดสินใจที่ชาญฉลาดของคุณ
3
กุญแจสำคัญของวอเร็น บัฟเฟตต์ คือ เขาสามารถที่จะจำแนกได้ว่าอะไรคือลักษณะเฉพาะของธุรกิจที่แสนวิเศษ ธุรกิจที่มีความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน นั่นคือธุรกิจที่สามารถเอาชนะใจลูกค้าได้ เช่น เมื่อคุณคิดถึงหมากฝรั่งคุณจะต้องคิดถึง Wrigley หรือ เมื่อคุณคิดถึงซุปเปอร์มาร็เก็ต คุณจะต้องคิดถึง Wal-mart สิ่งเหล่านี้คือการยกระดับของอำนาจการแข่งขันทางธุรกิจ วอเร็น เรียนรู้บางอย่างว่าธรรมชาติของตลาดหุ้นมักจะมองเพียงแค่ระยะสั้นๆ ซึ่งจะทำให้หุ้นของบริษัทพิเศษๆเหล่านี้ถูกประเมินค่าต่ำกว่าความเป็นจริงอยู่บ่อยๆ และเมื่อมันเกิดขึ้นเขาจะกระโดดเข้าใส่อย่างเต็มตัว และซื้อหุ้นจำนวนมากที่สุดเท่าที่สามารถจะทำได้
4
คุณควรจะลงทุนให้เหมือนกับการแต่งงาน นั่นคือตลอดชีวิต ถ้าคุณลงทุนแล้วไม่สามารถย้อนเวลาหรือยกเลิกการลงทุนได้ แน่นอนว่าคุณจะต้องทำการบ้านอย่างดีก่อนที่จะกระโดดเข้าลงทุน
ในปี 1973 วอเร็นลงทุน 11ล้านเหรียญในบริษัท Washington Post และเขายังคงแต่งงานกับการลงทุนครั้งนั้นจนถึงทุกวันนี้ เงินลงทุนของเขาได้เพิ่มเป็น 1.5 พันล้านเหรียญ ถ้าคุณเลือกหุ้นได้ถูกต้องและเชื่อมั่นอย่างหนักแน่นในการแต่งงานกับหุ้นในระยะยาวผลตอบแทนอันงดงามจะเป็นของคุณ
5
ตลาดหุ้นนั้นเหมือนกับพระเจ้า นั่นคือ จะช่วยเฉพาะคนที่รู้จักช่วยตัวเองก่อน แต่สิ่งที่ตลาดหุ้นไม่เหมือนกับพระเจ้าคือ ตลาดหุ้นจะไม่ให้อภัยกับคนที่ไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่
ตลาดหุ้นมีอยู่เพื่อสร้างความมั่งคั่งและความร่ำรวยให้กับคุณ ถ้าคุณรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่ถ้าคุณไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรในตลาดหุ้น มันจะไม่ลังเลเลยที่จะทำให้คุณกลายเป็นคนจน เมื่อความไม่รู้บวกกับความโลภ นั่นคือปัจจัยที่ทำให้เกิดความหายนะทางการเงิน
6
วอเร็นจะมองหาบริษัทซึ่งมีผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เขาจะมองหาธุรกิจที่เขาแน่ใจว่ายังคงอยู่ต่อไปในอีก 20 ปีข้างหน้า ซึ่งขายในราคาที่มีความเหมาะสมทางธุรกิจไม่ว่าเขาจะซื้อหุ้นบริษัทนั้นเพียงบางส่วนหรือซื้อทั้งหมด
7
ราคาหุ้นที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจะหยุดขึ้นทันที เมื่อความจริงของพื้นฐานธุรกิจนั้นปรากฏตัวขึ้น ราคาหุ้นที่พุ่งสูงขึ้นนั้นดูเหมือนว่ามันจะขึ้นอย่างไม่มีวันตก แต่ถ้าธุรกิจนั้นไม่สามารถทำกำไรได้ตามที่คาดหวัง ซึ่งความคาดหวังนี่เองเป็นตัวที่ทำให้หุ้นขึ้น ราคาของหุ้นนั้นจะถึงจุดสูงสุดและจะตกลงมาอย่างรวดเร็วเหมือนก้อนอิฐ
8
ธุรกิจที่โดดเด่น ส่วนใหญ่แล้วจะเต็มไปด้วยเงินสด มีหนี้เล็กน้อย หรือไม่มีเลย และอยู่ในสถานะที่จะเอาตัวรอดได้ในสถานะการณ์ที่ย่ำแย่หรือในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ
9
“บัญชีคือภาษาของโลกธุรกิจ”
ในการจะอ่านงบการเงินของบริษัทนั้น คุณจะต้องรู้ว่าจะถอดรหัสตัวเลขนั้นได้อย่างไร ซึ่งในการถอดรหัสนั้นคุณจะต้องเรียนรู้เรื่องของบัญชี
10
ถ้าบริษัททำผลงานได้ดี หุ้นก็จะดีตามเสมอ
ปรากฏการณ์ในตลาดหุ้นที่วอเร็นเชื่อมั่นก็คือ ถ้าปัจจัยพื้นฐานที่รองรับธุรกิจสามารถสร้างผลงานได้ดี ในระยะยาวราคาหุ้นก็จะเพิ่มขึ้นเพื่อสะท้อนมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจนั้น ในทำนองเดียวกัน ถ้าปัจจัยพื้นฐานที่รองรับธุรกิจอยู่นั้นทำผลงานได้ไม่ดี ราคาหุ้นก็จะลดลงเพื่อสะท้อนมูลค่าพื้นฐานของธุรกิจนั้น ในระยะยาวมูลค่าของธุรกิจจะเป็นตัวปรับแก้ราคาหุ้นไม่ว่าจะในทิศทางใดก็ตาม
