เก็บมาฝากจากหนังสือ เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัว เล่ม 1
เตรียมเสบียงที่ง่ายที่สุด และมีค่าน่าเก็บเกี่ยวสูงสุด คือ การไหว้ผู้ควรจะไหว้ ไหว้ให้เป็นปกติ ไหว้ให้เป็นนิสัย ก็เกิดผลยิ่งใหญ่เกินกว่าจะคาด โดยกราบบุคคลอันควรบูชาสูงสุด ย่อมเกิดอานิสงส์สูงสุด ด้วยปัจจุบันพระพุทธเจ้าไม่มีพระชนม์อยู่ให้พวกเรากราบไหว้บูชาแล้ว แต่ก็ยังอาศัยพระปฏิมา หรือพระพุทธรูปประจำบ้าน หากกราบด้วยความเคารพเลื่อมใส นอบน้อมทั้งเศียรเกล้า ก็ให้อานิสงส์ไพศาล เรียกว่าเป็นกรรมขาวที่สว่างมาก และเป็นบุญขนาดน้องๆ กราบองค์จริงของท่านทีเดียว
เก็บมาฝากจากหนังสือ เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัว เล่ม 2
พระพุทธเจ้าตรัสแนะไว้ข้อหนึ่ง คือควรทำสังฆทานด้วยจิตไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ขอให้อยู่ในวัด ขอให้มีความสำรวมอยู่บ้างเถิด ข้างในท่านจะเป็นอย่างไรก็เป็นเรื่องของท่าน เรื่องของเราคือมีจิตคิดถวายทานแด่หมู่สงฆ์ โดยไม่จำเพาะเจาะจงก็แล้วกัน กระแสความเป็นหมู่สงฆ์นั้นแหล่ะมากพอจะขยายผลให้ใหญ่เกินประมาณในตัวเองอยู่แล้ว
เก็บมาฝากจากหนังสือ เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัว เล่ม 3
อย่าดูถูกว่าการให้ของเล็กน้อยเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะเมื่อคุณให้จนเป็นอารมณ์ชินที่จะสละแล้ว ก็เป็นการเพาะนิสัยในทางทาน “เป็นผู้สามารถให้โดยไม่จำเป็นต้องให้” ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน อานิสงส์ของการเป็นบุคคลเช่นนี้ คือที่มาของกำลังใจ ที่มาของความสามารถสละขยะส่วนเกินออกจากใจโดยง่าย
เก็บมาฝากจากหนังสือ เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัว เล่ม 4
นิรยบาล (ผู้คุมนรก) มูลเหตุให้ไปเกิดเป็นนิรยบาล ได้แก่ ความเกลียดชัง ความอาฆาต และความกระเหี้ยนกระหือรืออยากลงโทษผู้อื่น มนุษย์ที่มีมูลบันดาลเหล่านี้ ได้แก่พวกผู้คุมนักโทษ พระราชาผู้ชื่นชอบการชมนักโทษถูกทรมานต่อหน้าต่อตา ไทยมุงนักรุมประชาทัณฑ์ ครูที่ชอบตีเด็กแรงอย่างไม่สมเหตุผล ตลอดจนกระทั่งผู้ที่มีความผูกใจอยากจองเวร เช่น แค่ได้ข่าวหญิงถูกโทรมแล้วนึกพยาบาท สาปส่งพวกนักข่มขืนไปลงนรก หรือขนาดออกปากอยากทำทารุณเจ้าพวกชั่วทั้งโลก อะไรทำนองนั้น แรงปรารถนาอันกลั้วด้วยความเกลียดชัง จะให้อำนาจการลงโทษผู้กระทำผิดแก่เขา หลังแตกดับจากความเป็นมนุษย์ไปแล้ว