ในหนังสือกล่าวไว้ว่า “ความคิด” สิ่งที่เราจะต้องเรียนรู้เป็นสิ่งแรกคือ เรียนรู้ที่จะคิด เมื่อคิดเป็น เราก็ทำขั้นตอนอื่นได้อย่างง่ายขึ้น ขออย่างเดียวอย่าเอาแต่คิดว่าจะทำ แต่ไม่ทำ ขออีกอย่างหนึ่งเป็นของแถม อย่าเอาแต่ฝันแต่ไม่ยอมเริ่มต้นเดินทางไปให้ถึงปลายทาง….
1 ฝันใครฝันมัน
เราต้องเริ่มต้นนับหนึ่ง ค่อยๆทำ ค่อยๆคิด อย่างมีระบบเป็นขั้นตอน เริ่มจากง่ายไปหายาก เริ่มจากไม่เคยลองก็ลองผิดลองถูก พอมีประสบการณ์แล้วก็จะทำให้ทำผิดน้อยลง คล่องตัวมากขึ้น ตัดสินใจดีขึ้น และเผชิญกับเรื่องยากๆด้วยหัวใจที่กล้าหาญมากยิ่งขึ้น
2 นักฝันธรรมดา
เป็นคนที่มีความฝันอันสูงสุดของตัวเอง พยายามทำทุกอย่างให้เดินไปถึงฝันนั้น ต่อสู้ ฝ่าฝัน ไม่สนแม้จะล้มลุกคลุกคลาน
3 นักฝันแบบมีไฟ
เป็นคนที่ไม่เคยหยุดฝัน หยุดสร้าง หรือหยุดก้าว เมื่อไหร่ที่เดินทางไปถึงฝันของตัวเองแล้ว ก็หาเรื่องก้าวต่อไป
4 นักฝันแบบเก่งแต่นั่งฝัน
กลุ่มนี้เป็นกลุ่มช่างพูด ช่างคุย เจรจา กล่าวคือพูดมากกว่าทำ คิดเยอะ แต่ไม่ได้ทำเยอะเหมือนที่คิด มีแรงคิดดีแต่ไม่ค่อยมีแรงทำ จะมีความฝันลอยฟุ้งมากมายในอากาศ แต่ไม่เคยเริ่มลงมือทำ ไม่เคยได้สตาร์ทเครื่องเลยเหมือนพายเรือในอ่าง ไม่เคยได้ออกมหาสมุทรเลย
5 นักไม่กล้าฝัน
คนบางคนไม่กล้าฝัน เพราะกลัวว่าฝันแล้วจะต้องเจอกับอาการอกหักกับความฝัน เลยไม่ค่อยอยากหวังกับความฝันเท่าไหร่ คนที่ไม่กล้าเสี่ยงมักไม่ประสบความสำเร็จ บางทีความสำเร็จมันมารออยู่หน้าประตูแล้ว เพียงแต่ไม่กล้าเปิดประตูอ้ารับมันก็เท่านั้นเอง
6 นักทำลายฝัน
กลุ่มนี้น่ากลัวที่สุด น่าเอาใจออกห่างและสมควรเอาตัวออกห่าง เพราะนอกจากเขาจะไม่มีความฝันเป็นของตัวเองแล้ว เขายังเห็นคนอื่นฝันไม่ได้ด้วย
เมื่อตอบตัวเองได้ว่าเป็นนักฝันมืออาชีพ นักฝันมือสมัครเล่น หรือนักฝันใจไม่กล้า แล้วเรามาเริ่มต้นกันที่ความฝันดีไหม เริ่มต้นที่ความคิด เริ่มต้นที่ความฝันทำความฝันของเราให้มันเป็นจริง อย่าปล่อยให้ความฝันเราเป็นฝันลมๆแล้งๆ
ค้นหาความฝันของตัวเองให้เจอ และยอมรับมัน เริ่มต้นที่ความคิดของเรา จัดการกับความคิดให้เปิดกว้าง หาวิธีทางที่จะเดินไปถึงฝัน ถ้าไม่อยากเดินอ้อมไปอ้อมมาก็ต้องมีกลยุทธิ์ กลยุทธิ์ที่ใช้นั้นหากไม่ได้ผล ก็อย่าไปยึดติดกับมัน ให้ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงใหม่
สิ่งเล็กๆที่ยิ่งใหญ่
หากเราจะฝึกตัวเองให้เก่ง ไม่ต้องเก่งในสายตาคนอื่น แต่ต้องเก็บกับตัวเอง หากเราอยากรู้จักกับตัวเองเรื่องเล็กน้อยที่ยิ่งใหญ่ หรือหัวใจสำคัญของมันอยู่ที่ว่าเรารู้หรือไม่ว่าสิ่งที่เราต้องการจริงๆในชีวิตมันอยู่ตรงไหน
ให้คุณค่ากับตัวเอง ให้คุณค่ากับสิ่งที่ตัวเองทำ มองเห็นคุณค่าของตัวเอง และรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนมีคุณค่า
คนเราต้องก้าว และก้าวต่อไปเรื่อยๆ
การดำเนินชีวิตไม่เคยยากเกินไป เมื่อไรที่รู้สึกสับสนและวุ่นวาย ลองแบ่งเป็นข้อๆ และลองทำไปทีละข้อ หาเวลาว่างก่อนนอนก่อนเริ่มต้นวันใหม่
1. เราเสียเวลากับอะไรที่ไร้สาระบ้างหรือเปล่า
2. วิธีที่จะก้าวไปถึงฝันของเรานั้นมันถูกต้องหรือยังบกพร่องอยู่
3. เราต้องแก้ไขอะไรบ้าง
4. เราเคยเครียดมากไปหรือเปล่า
5. เราอ่านหนังสือบ้างหรือเปล่า เราเปิดโอกาสให้เราได้เติบโตทางความคิด เพื่อเพิ่มประสบการณ์จากหนังสือ หรือยังคงอยู่นิ่งกับที่
6. เราเดินออกมานอกกรอบ และมุมมองหรือความคาดหวังของคนอื่นบ้างหรือเปล่า
7. เราได้ใช้ความรู้ความสามารถของเราอย่างเต็มที่หรือยัง
8. เราได้ประเมินความฝันของเราหรือเปล่า ว่าความฝันของเราเดินหน้า เขยิบไปอีกขั้นหรือยังย่ำอยู่อย่างเดิม
9. เรายิ้มให้ใครบ้างหรือเปล่า หรือน่าบึ้ง ความโกรธขโมยสิ่งดีๆอะไรไปจากเราบ้าง เวลาเราโกรธเราสูญเสียอะไรบ้าง เราจะกำหนดอารมณ์โกรธของเราในวันต่อไปได้ด้วยวิธีใด
10. เราได้ฝึกฝนทำอะไรที่ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นบ้างหรือยัง หรือแค่คิดว่าควรทำ แต่เราก็ยังไม่ได้ทำ
11. เราประเมินผลตัวเอง สำหรับวันที่ผ่านมา สัปดาห์ที่ผ่านมา เดือนที่ผ่านมา หรือปีที่ผ่านมาบ้างหรือเปล่า
12. เรายอมรับข้อบกพร่องของตัวเอง และหาทางแก้ไขบ้างหรือเปล่า หรือปล่อยให้ผิดแล้วผิดอีก